อยากเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี? เชื่อว่าใครบางคนคงจะเคยมีคำถามนี้ในใจ บางครั้งมีไฟแต่ไม่รู้จะเอาไฟนั้นไปเปลี่ยนชีวิตในทางไหนดี หรือใช้ AI ให้ช่วยคิดแทนจะดีมั้ย? ลองมาสำรวจแนวคิดที่จะตอบคำถามเหล่านี้กันค่ะ

(บทความนี้เขียนขึ้นจากแนวคิดที่ได้จากงาน One Person Business โดยคุณเบ้น คุณทอย และคุณท๊อปเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569)

  1. เริ่มต้นที่อะไรดี?
  2. แล้วถ้ายังหาไม่เจอล่ะ?
  3. แล้วลงมือทำอะไร? โดยที่ยังไม่อยากมีความเสี่ยง
  4. 2 key points ในแนวคิดนี้
  5. 1% success
  6. จงเลือก daylight เพียงอย่างเดียว
  7. ผลลัพธ์ไม่ได้มาไว

เริ่มต้นที่อะไรดี?

คำถามที่ว่าเราควรจะทำอะไรดี จริงๆ แล้วมันไม่มีคำตอบตายตัวเพราะมันเป็นเรื่องปัจเจกที่แต่ละคนต้อง find work like play ของตัวเอง หางานที่เราทำแล้วรู้สึกไม่ใช่การทำงาน หางานที่สำหรับเรามันคือการเล่น ในขณะที่คนอื่นทำแล้วเหมือนเป็นงานมากกว่า

แล้วถ้ายังหาไม่เจอล่ะ?

เริ่มต้นจากการสำรวจตัวเองก่อน สำรวจ skillset ที่เรามี สังเกตสิ่งที่เราทำแล้วไม่เบื่อ ทำแล้วเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หรือให้ลองทำเยอะๆ ลงมือทำจนกว่าจะรู้ว่าเราชอบอะไร เพราะถ้ามัวแต่นั่งคิดบางทีก็ไม่ได้คำตอบอยู่ดี

แล้วลงมือทำอะไร? โดยที่ยังไม่อยากมีความเสี่ยง

แนวคิดของ one person business คือ

  • เริ่มต้นจากการเลือกปัญหาอะไรสักอย่างในชีวิตประจำวันของเรา (ไม่จำเป็นต้องเป็นปัญหาที่ใหญ่ก็ได้)
  • จากนั้นหาทางแก้ไขมัน
  • เล่าเรื่องราวหรือแชร์วิธีแก้ไขปัญหาผ่านโซเชียลมีเดีย
  • ได้ไอเดียจาก feedback ที่ได้รับผ่านโซเชียลมีเดีย
  • Offer หรือขายสินค้าหรือ service ให้ลูกค้าโดยยังไม่ต้องมีสินค้าหรือ service จริงๆ เพื่อดูว่ามี demand จริงๆ มั้ย (คอนเซปต์การขายก่อนค่อยสร้าง)
  • Build สินค้าหรือ service หากมี demand จริง
  • Scale ขั้นตอนนี้แหละที่จะใช้ AI ให้มาช่วยเรา

2 key points ในแนวคิดนี้

  1. ขายก่อนค่อยสร้าง วิธีนี้จะลดความเสี่ยงของการสร้างของ สร้าง service มาแต่ไม่มีใครซื้อ
  2. หากจะเริ่มต้นทำอะไร อย่าเริ่มด้วย AI ให้เริ่มที่ self หรือตัวเราเองก่อนว่ามี skill อะไร เราทำอะไรได้บ้าง

AI จะเก่งเท่าความเก่งของคนที่ใช้มัน

“AI is a multiplier”

ถ้าคนที่ใช้มันไม่รู้ว่าจะเอา AI ไปใช้ทำอะไร ไม่มี skill ที่จะสร้างสิ่งที่มี value ก็เปรียบเสมือน 0 x AI = 0 สิ่งที่สร้างขึ้นมาก็จะไม่ได้มีคุณค่าอย่างแท้จริง

อย่าเริ่มต้นด้วย AI แต่ให้เริ่มที่ self หรือตัวเราเองก่อน ในงานจะมีประโยคนึงที่คุณเบ้นแชร์คือ

“คนที่หาเงินจาก AI ได้ คือคนที่หาเงินได้ก่อนมี AI”

จุดเริ่มต้นที่แท้จริงก็คือตัวเราเอง

ส่วนตัวเรารู้สึกเห็นด้วยมากๆ ช่วงที่ผ่านมานี้ได้ลองใช้ AI มาช่วยทำงานบางส่วน ส่วนที่มันช่วยเราได้ดีมากคือส่วนที่เราทำเองเป็นอยู่แล้ว แต่ต้องใช้เวลาทำเยอะ พอ AI ทำให้เราก็ตรวจงานมันและทำงานได้ไวขึ้น 

แต่ในส่วนที่เรามีความรู้ไม่มากพอ พอให้ AI ทำขึ้นมา เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าที่ทำอยู่ถูกมั้ย ใช้ได้หรือเปล่า บางอย่างมันไม่สามารถเช็กใน google แล้วจะตอบได้เลย สุดท้ายก็ต้องไปถามผู้ที่เชี่ยวชาญด้านนั้นอีกทีอยู่ดี

ถ้ากลับมาที่คำถามที่ว่าให้ AI ช่วยคิดแทนดีมั้ยว่าเราควรจะทำอะไรดี ก็คงต้องถามต่อว่าอะไรที่ AI แนะนำมา เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งนั้นมันจะเวิร์กจริงๆ สุดท้ายมันก็กลับมาที่ตัวเราว่ามี skill หรือมี judgement ในเรื่องนั้นๆ พอหรือไม่

1% success

สิ่งที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือคุณเบ้นบอกว่าต่อให้เรารู้ framework ก่อนหน้านี้แล้ว แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังทำไม่สำเร็จอยู่ดี แล้วปัจจัยที่ทำให้คนส่วนน้อย คนแค่ 1% ทำสำเร็จคืออะไร

สิ่งนั้นคือ “Focus”

ให้เราแยกสิ่งที่เราโฟกัสเป็น 3 อย่าง คือ

  1. Spotlight คือสิ่งที่เราสนใจตอนนี้ หรือก็คือการอ่านบทความนี้อยู่
  2. Daylight คือเป้าหมายที่เราอยากทำในระยะสั้น หรือ project ต่างๆ
  3. Starlight คือเป้าหมายระยะยาวใน 5-10 ปีข้างหน้า

ปัญหาคือ daylight ที่คนส่วนใหญ่อยากทำมีมากเกินไป

เคยเป็นมั้ย อยากออกกำลังกาย อยากไปวิ่งมาราธอน อยากเรียนเรื่องนั้น อยากทำ project นี้ อยากพัฒนาบางสกิลเพิ่มเติม จนสุดท้ายทำทุกอย่างไปครึ่งๆ กลางๆ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

จงเลือก daylight เพียงอย่างเดียว

ใน 90 วันนี้ ให้คุณเลือกโฟกัสเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้แปลว่าคุณต้องทิ้งเรื่องอื่นๆ ในชีวิตไป จะสุขภาพ ความสัมพันธ์ หรือเวลาที่จะใช้ร่วมกับคนที่คุณรัก จงรักษาไว้ตามระดับที่ควรจะเป็นเหมือนเดิม เพียงแต่จะเลือก daylight มุ่งพัฒนาจริงจังแค่อย่างเดียว

เมื่อได้ daylight แล้ว คุณก็จะได้ spotlight ตามมาว่าทุกๆ วันคุณควรจะทำอะไรเพื่อให้ daylight เป็นจริง

แล้ว starlight ก็จะตามมาเองเพราะคุณกำลังสร้าง character สร้างชีวิตระยะยาวของคุณผ่าน daylight และ spotlight

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังในยุคนี้คือ เราจะโดนดึงความสนใจได้ง่ายมาก ทั้ง notification หรือเรื่องราวที่เป็นกระแสในปัจจุบัน

เคยมั้ยที่กำลังตั้งใจทำงานหนึ่งอยู่ พอเจอโนติบางอย่างเราก็ switch ไปอ่านแล้วไม่ได้กลับมาทำงานตรงหน้าอีกเลย

หรือสมมติว่าคุณกำลังโฟกัสเรื่องการเงินการลงทุนอยู่ แต่มีเทรนด์เรื่องอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาเป็นกระแส กลายเป็นคุณเปลี่ยนไปศึกษาเรื่องอาหารแทน ไม่ใช่ว่าการโฟกัสเรื่องสุขภาพนั้นไม่ดี แต่ถ้าเราเปลี่ยนโฟกัสไปเรื่อยๆ เราก็จะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่สามารถอยู่กับสิ่งใดได้นานพอจนเห็นผลลัพธ์ของการลงมือทำ

ลองเลือก mission เดียวใน 90 วันนี้

ไม่ต้องกลัวผิดพลาด หากเลือก mission ผิด ผ่านไป 90 วันมันไม่เวิร์กคุณก็แค่เปลี่ยนใหม่

หรือหากในระหว่างเส้นทางที่กำลังเดินไปนั้น คุณได้ทำอะไรผิดพลาด ก็ให้เรียนรู้จากความผิดพลาดเยอะๆ ยิ่งเรียนรู้เยอะเท่าไร ยิ่งเก่งขึ้นไวเท่านั้น

ผลลัพธ์ไม่ได้มาไว

แน่นอนว่าคุณไม่สามารถลงมือทำวันนี้ แล้วพรุ่งนี้จะมีเงิน มี connection มีผลลัพธ์มาทันที แต่ขอให้ตั้งใจทำสิ่งดีๆ สะสมไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งผลลัพธ์จะเกิดขึ้นเอง

ขอเป็นกำลังใจให้คุณทำ mission เดียวที่คุณเลือกใน 90 วันนี้สำเร็จนะคะ

Leave a comment